ธุรกิจ เดอะ สแตนดาร์ด

LTV บังคับเงินดาวน์แพง ป้องกันวินัยการเงินพัง-ตลาดเก็งกำไรฟื้น

งานสัมมนาส่งท้ายปีเสือต้อนรับปีเถาะหัวข้อ “Housing Market Outlook Opportunities & Challenges-ปัจจัยบวกและปัจจัยลบต่อตลาดบ้านจัดสรรปี 2566” 

ธุรกิจ “ดร.ดอน นาครทรรพ” เฉลยเหตุผลที่แบงก์ชาติยกเลิกการผ่อนปรนมาตรการ LTV จากเดิมการขอสินเชื่อทำได้ 100-110% แต่จะหมดอายุผ่อนปรนสิ้นปี 2565 หลังจากนั้น ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 จะต้องกลับมาใช้เพดาน LTV เดิมสำหรับการขอสินเชื่อซื้อหลังที่ 2-3 อยู่ที่ 70-90% ซึ่งหมายถึงจะต้องกลับมาจ่ายเงินดาวน์แพง 20-30% โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ธุรกิจ เดอะ สแตนดาร์ด

“ดร.ดอน นาครทรรพ” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถ้าพูดถึงปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่มีผลต่อธุรกิจบ้านจัดสรรในปี 2566 ปัจจัยหลักในด้านบวกเราเริ่มที่แนวโน้มเศรษฐกิจ ความเสี่ยงของเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ข้อมูลล่าสุดของแบงก์ชาติคือเศรษฐกิจอยู่ในแนวโน้มที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยที่ 2 การกลับมาของลูกค้าต่างชาติ เกี่ยวเนื่องกับการเปิดประเทศของจีนด้วย ปัจจัยที่ 3 การเพิ่มขึ้นของความต้องการบ้านแนวราบ

ส่วนปัจจัยด้านลบมีแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการสิ้นสุดมาตรการภาครัฐ ผมคิดว่าโดยรวมเป็นปัจจัยลบ ถ้าด้านลบจะหนักกว่า เรามาคุยกันว่าทำไมแบงก์ชาติคิดว่าการสิ้นสุดมาตรการสินเชื่อ LTV เป็นเรื่องที่เหมาะสม ในภาพรวมปัจจัยทั้งหมดมีทั้งบวกทั้งลบ เราประเมินแล้วถ้าตอบด้านอสังหาริมทรัพย์ …ด้านลบจะมีน้ำหนักมากกว่า

ดัชนีของฝ่ายจัดซื้อที่เรียกว่า PMI เป็นข้อมูลรายเดือนที่นิยมใช้ในการติดตามกิจกรรมเศรษฐกิจในระดับโลก เขาจะรวบรวมจากหลายๆ ประเทศ ช่วงโควิดที่เศรษฐกิจหยุดชะงักกันทั่วโลก เวลาอ่านข้อมูลดัชนีพวกนี้คือ ถ้าสูงกว่าระดับ 50 แสดงว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวดี ถ้าอยู่ที่ 50 ก็เสมอตัว ถ้าต่ำกว่า 50 คือเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ตั้งแต่โควิด กราฟเราลงไปเยอะแล้วมันก็เด้งขึ้นมา ปี 2564 เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกดีมาก รวมปี 2565 นี้ด้วย แต่ของไทยไม่ค่อยรู้สึก ปีที่แล้วเราลำบากกว่าคนอื่นในโลก ปีนี้เศรษฐกิจโลกก็เริ่มลงมาแล้วในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ตัวดัชนี PMI เข้าสู่แนวที่ต่ำกว่า 50 นั่นคือเศรษฐกิจโลกมีการหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า